ใครจะเชื่อว่าจากจุดเริ่มต้นด้วยงบเพียง 552 บาท ของสาววัย 19 ปี ในวันนั้น จะกลายเป็นแบรนด์กระเป๋าที่ทรงอิทธิพลที่สุดแบรนด์หนึ่งของไทยในวันนี้! HOUSE OF LITTLEBUNNY ภายใต้การนำของซีอีโอสาวแกร่ง “มิ้ง-ลักษิกา กรรณสูตร” กำลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่บนถนนสายแฟชั่น ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่เฉียบแหลมควบคู่ไปกับพลังของ Soft Power

ล่าสุดแบรนด์ได้ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการดึงตัว 4 สาวระดับท็อปจากวงการ Girl Love (GL) อย่าง “ฟรีน-เบ็คกี้” และ “หลิงหลิง-ออม” มาร่วมแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและมิกซ์แอนด์แมตช์ความสดใสเข้ากับซิกเนเจอร์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโฆษณา แต่เป็นการใช้ Yuri Economy ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ไปไกลระดับโลก สร้างมูลค่าสื่อ (EMV) แบบถล่มทลายในพริบตา

ความสำเร็จตลอด 11 ปีของ HOUSE OF LITTLEBUNNY คือบทพิสูจน์ของคำว่า “สติและสตรอง” หลังจากผ่านวิกฤตโควิด คุณมิ้งได้รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนโลโก้สู่ Littlebunny infinity and beyond ที่เชื่อกันว่าพลังแห่งดีไซน์และฮวงจุ้ยที่ลงตัว ช่วยหนุนให้แบรนด์พุ่งทะยานจนกลายเป็นไวรัลในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นซุปตาร์ในเมียนมา อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ต่างก็ต้องมีกระเป๋ากระต่ายแบรนด์นี้ติดตัว จนกลายเป็นไอเท็มหายากที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องลิสต์ไว้ว่า “ต้องซื้อกลับบ้าน” เมื่อมาถึงไทย

ท่ามกลางสมรภูมิแฟชั่นที่ดุเดือด ทั้งกระเป๋าหนังจากจีนและแบรนด์ราคาประหยัดจากเวียดนาม แต่ HOUSE OF LITTLEBUNNY ยังคงยืนหยัดด้วยคุณภาพและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำภาพลักษณ์สินค้าไทยคุณภาพดีที่ทั่วโลกยอมรับ นี่คือบทเรียนธุรกิจที่น่าจับตามองว่า ความหลงใหลบวกกับกลยุทธ์ที่แม่นยำ สามารถเปลี่ยนแบรนด์เล็กๆ ให้กลายเป็นความภูมิใจของชาติได้อย่างยั่งยืน

